top of page

Sex Education ผู้หญิงใช้วิธีคุมกำเนิดแบบไหนได้บ้าง?

อัปเดตเมื่อ 19 ต.ค. 2564


หัวข้อหนึ่งในวิชาเพศศึกษาที่เราควรได้เรียนรู้ตั้งแต่ตอนเรียน คือ การคุมกำเนิด เพื่อป้องกันปัญหาท้องในวัยเรียน หรือมีลูกตอนยังไม่พร้อม เพราะจะว่าไปแล้ว เรื่องเซ็กซ์เป็นเรื่องปกติของมนุษย์ โดยเฉพาะในช่วงวัยรุ่นที่มีความอยากรู้อยากลอง ผู้ใหญ่หลายคนอาจมองว่าเรื่องนี้เป็นสิ่งที่ไม่ควรเอามาพูดอย่างเปิดเผย จนเด็กหลายๆ คนไม่มีความเข้าใจเพราะไม่มีใครให้ความรู้อย่างถูกต้อง


สำหรับบทความนี้ เราจะมาพูดถึงวิธีการคุมกำเนิดสำหรับผู้หญิง ซึ่งมีหลากหลายวิธีแตกต่างตามวัตถุประสงค์ หวังว่าจะเป็นประโยชน์กับผู้หญิงทุกวัยที่เข้ามาอ่าน หากคุณมีคำถามเพิ่มเติม เรายังมีบริการปรึกษาสูตินรีแพทย์ออนไลน์ทิ้งท้ายหลังจบบทความ


วิธีการคุมกำเนิดสำหรับฝ่ายชาย

ถุงยางอนามัย ถือเป็นทางเลือกที่ดีที่ช่วยป้องกันทั้งการคุมกำเนิดและโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ เช่น ซิฟิลิส หนองใน เริม เอชพีวี และเชื้อเอชไอวี (HIV) โดยเป็นการสวมใส่บนอวัยวะเพศของฝ่ายชายก่อนเริ่มมีเพศสัมพันธ์ ทั้งนี้ หลายคนอาจมีปัญหาไม่กล้าซื้อถุงยางอนามัย เพราะต้องซื้อในที่สาธารณะ อาจแก้ปัญหาด้วยการสั่งซื้อทางออนไลน์ หรือติดต่อคลินิก/ศูนย์บริการสุขภาพต่างๆ ที่มีบริการแจกฟรี


วิธีการคุมกำเนิดสำหรับฝ่ายหญิง

นอกจากการคุมกำเนิดด้วยถุงยางอนามัยแล้ว ก็ยังมีตัวเลือกวิธีการคุมกำเนิดอื่นๆ ด้วย ได้แก่


การกินยาคุมกำเนิด

เป็นวิธีที่เข้าถึงง่าย มีประสิทธิภาพหากกินถูกต้องตามข้อแนะนำ หาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป มีชนิด 28 เม็ด และ 21 เม็ด โดยในชนิด 28 เม็ด จะมีเม็ดแป้ง 7 เม็ด เพื่อการกินอย่างต่อเนื่อง ป้องกันการลืมกินยา


การกินยาคุมกำเนิดฉุกเฉิน

ใช้ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน เช่น ถุงยางรั่วซึม ลืมกินยาคุมกำเนิดเกิน 3 วัน หรือกรณีมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ยินยอม (การข่มขืน)


ข้อควรระวังในการกินยาคุมฉุกเฉิน

  • ควรกินยาคุมฉุกเฉินทันทีหลังมีเพศสัมพันธ์ หรือภายใน 72 ชม.

  • ไม่ควรกินยาคุมฉุกเฉินมากกว่า 4 เม็ด ภายใน 30 วัน

  • ไม่ควรใช้วิธีนี้เป็นวิธีหลักในการป้องกัน เพราะอาจทำให้การคุมกำเนิดไม่ได้ผล ควรใช้เมื่อจำเป็นจริงๆ เท่านั้น

  • ไม่ควรใช้ยาคุมกำเนิดฉุกเฉินเด็ดขาดขณะตั้งครรภ์ หรือสงสัยว่ากำลังตั้งครรภ์


➤ การฉีดยาคุมกำเนิด

เป็นวิธีการคุมกำเนิดชั่วคราวโดยฉีดยาเข้ากล้ามเนื้อของผู้หญิง มีประสิทธิภาพสูง ทางเลือกสำหรับคนไม่ชอบกินยาคุมหรือลืมกินเป็นประจำ มีระยะเวลาการคุมกำเนิดตั้งแต่ 1-3 เดือน ตามชนิดของยาที่ใช้ สามารถติดต่อเข้ารับบริการได้ตามโรงพยาบาล สถานีอนามัย หรือคลินิกวางแผนครอบครัว


ข้อควรระวังในการฉีดยาคุมกำเนิด

  • ไม่แนะนำให้ใช้เป็นทางเลือกแรกในการคุมกำเนิดสำหรับผู้หญิงอายุต่ำกว่า 18 ปี หรือเกิน 45 ปี เพราะอาจส่งผลต่อความหนาแน่นของกระดูกจากยาคุมชนิดฮอร์โมนเดี่ยว

  • ไม่ควรใช้ในผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคเบาหวาน มะเร็งเต้านม โรคหลอดเลือด โรคไมเกรน เป็นต้น


การฝังยาคุมกำเนิด

เป็นวิธีช่วยลดปัญหาการลืมกินยา และใช้ได้ในกลุ่มวัยรุ่น มีประสิทธิภาพสูง ช่วยคุมกำเนิดได้ 3-5 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของยา โดยหลอดบรรจุฮอร์โมนขนาดเล็กจะถูกฝังใต้ผิวหนังบริเวณต้นแขนด้านใน จากนั้นจะค่อยๆ ปล่อยเข้ามาสู่กระแสเลือด ส่งผลให้ไม่เกิดการตกไข่ จึงป้องกันการตั้งครรภ์ได้ ทั้งนี้ เพื่อให้มั่นใจว่าคุณไม่ได้กำลังตั้งครรภ์อยู่ ควรเข้ารับการฝังยาคุมในช่วง 5 วันแรกของรอบเดือน


การแปะแผ่นยาคุม

คือ การแปะแผ่นยาฮอร์โมนลงบนบริเวณสะโพก หน้าท้อง แผ่นหลังช่วงบน หรือต้นแขน เพื่อให้ยาดูดซึมเข้าสู่กระแสเลือด มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดเทียบเท่าการกินยาคุมทั่วไป


ข้อควรระวังการแปะแผ่นยาคุมกำเนิด

  • อาจมีโอกาสตั้งครรภ์ หากใช้ไม่ถูกวิธี ควรปรึกษาแพทย์และทำตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด

  • ควรใช้ยาอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้จะมีเพศสัมพันธ์น้อยลงก็ตาม


การใส่ห่วงคุมกำเนิด

เป็นการนำห่วงรูปตัวที (T) ใส่เข้าไปให้พอดีกับมดลูกของผู้หญิง เพื่อไม่ให้อสุจิเข้าไปได้ มีประสิทธิภาพคุมกำเนิดได้นาน 3-10 ปี ขึ้นอยู่กับชนิดของห่วง ซึ่งมีทั้งแบบเคลือบสารทองแดง และแบบเคลือบฮอร์โมนโพรเจสติน เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบกินยาหรือฉีดยาบ่อยๆ


ปรึกษาเรื่องการคุมกำเนิดกับสูตินรีแพทย์

หากต้องการข้อมูลเชิงลึกเพิ่มเติมเกี่ยวกับการคุมกำเนิด หรือกำลังมองหาวิธีคุมกำเนิดที่เหมาะกับคุณมากที่สุด สามารถจองคิวนัดหมายปรึกษาสูตินรีแพทย์ออนไลน์ได้บนแอป Doctor Anywhere เข้าถึงผู้เชี่ยวชาญผ่านการวิดีโอคอล ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปพบแพทย์ด้วยตัวเอง สะดวกกว่า ประหยัดกว่า


ค่าบริการปรึกษาสูตินรีแพทย์ 450 บาท / ครั้ง นัดหมายแพทย์ได้ทุกวัน ตั้งแต่ 09.00 - 20.00 น.


ขั้นตอนการปรึกษาสูตินรีแพทย์ออนไลน์

  1. ลงทะเบียนแอป Doctor Anywhere

  2. เลือก รับคำปรึกษาทางออนไลน์

  3. เลือก แพทย์เฉพาะทาง

  4. เลือก Obstetrics and Gynaecology - สูตินรีแพทย์

  5. เลือกแพทย์ จากนั้นนัดหมายวันเวลาที่ต้องการปรึกษา

 

โปรโมชั่นจาก Doctor Anywhere

ปรึกษาสูตินรีแพทย์ไม่จำกัด 6 - 12 เดือน

เริ่มต้น 2,999 บาท!


 

ดู 3,133 ครั้ง0 ความคิดเห็น

Comments


bottom of page