top of page

หน้าหนาวนี้ต้องระวัง! เช็กความต่างระหว่าง ไข้หวัด vs. ไข้หวัดใหญ่

21 พ.ค. 2564
ยาว 1 นาที

อัปเดตเมื่อ 2 ส.ค. 2564

เข้าใกล้หน้าหนาวทีไร สิ่งที่ตามมากับความเย็นของอากาศแบบนี้คงหนีไม่พ้นไข้หวัด เพราะอากาศเย็น ๆ นี่แหละที่เป็นเกราะช่วยให้ไวรัสไข้หวัดอยู่รอดและเกิดการแพร่กระจายออกไป บทความนี้เราจะมาพูดถึงความแตกต่างระหว่างโรคไข้หวัดใหญ่และไข้หวัดทั่วไป เพราะสองโรคดังกล่าวมีอาการคล้ายคลึงกัน จนหลายครั้งก็ทำเอาสับสนว่าตัวเองกำลังประสบกับโรคไหนอยู่ นอกจากนี้เราจะมาดูวิธีการป้องกัน รวมถึงแนะนำการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่


เลือกอ่านหัวข้อที่สนใจ

▶ ความแตกต่างระหว่างโรคไข้หวัด vs. ไข้หวัดใหญ่

▶ ใครบ้างที่เสี่ยงเกิดโรคแทรกซ้อนในไข้หวัดใหญ่?

▶ การป้องกันโรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่

▶ “ฉีดวัคซีน” ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ดีที่สุด

▶ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ช่วงไหนดีที่สุด?

▶ ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ DA Clinic


ความแตกต่างระหว่างโรคไข้หวัด vs. ไข้หวัดใหญ่

จากตารางเปรียบเทียบด้านล่างจะเห็นได้ว่า ผู้ป่วยไข้หวัดจะมีไข้ไม่สูงมาก มีอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล บางรายอาจมีอาการไอ จาม ปวดเมื่อยตามร่างกายและอ่อนเพลียเล็กน้อย ในขณะที่ผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่จะมีไข้สูงเฉียบพลัน บางรายมีน้ำมูกไหล ไอรุนแรงจากหลอดลมอักเสบ รู้สึกปวดศรีษะและปวดเมื่อยกล้ามเนื้อรุนแรง อ่อนเพลียตลอดเวลา ในบางรายอาจมีอาการคลื่นไส้อาเจียน นอกจากนี้ สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างสองโรคดังกล่าว คือ ผู้ป่วยไข้หวัด โดยทั่วไปจะอาการดีขึ้นภายใน 3-4 วัน ไม่มีค่อยมีโรคแทรกซ้อนรุนแรงหากได้รับการดูแลและพักผ่อนเพียงพอ ส่วนผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ จะอาการดีขึ้นภายใน 1-2 สัปดาห์ แต่อาจมีโรคแทรกซ้อนรุนแรงถึงชีวิตได้ เช่น โรคปอดอักเสบ ภาวะกล้ามเนื้ออักเสบ หรือกล้ามเนื้อหัวใจอักเสบ เป็นต้น

ใครบ้างที่เสี่ยงเกิดโรคแทรกซ้อนในไข้หวัดใหญ่?

✔ ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป

✔ เด็กที่อายุต่ำกว่า 2 ปี

✔ ผู้ป่วยโรคเรื้อรัง เช่น โรคปอด โรคหัวใจ โรคไต เป็นต้น

✔ เด็กที่ได้รับการรักษาด้วยยาแอสไพรินเป็นเวลานาน

✔ สตรีมีครรภ์ระยะที่ 2 หรือ 3 ในช่วงที่มีไข้หวัดใหญ่ระบาดสูง


การป้องกันโรคไข้หวัดและไข้หวัดใหญ่

  1. ดูแลสุขภาพให้แข็งแรงด้วยการออกกำลังกาย กินอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และนอนพักผ่อนให้เพียงพอ

  2. ล้างมือบ่อย ๆ ด้วยสบู่หรือเจลล้างมือ โดยเฉพาะก่อนและหลังรับประทานอาหาร/เข้าห้องน้ำ

  3. ไม่ควรใช้มือสัมผัสกับหน้าหากยังไม่ได้ล้างมือ

  4. ไม่ใช้สิ่งของร่วมกับผู้อื่น เช่น แก้ว จาน ช้อน ผ้าเช็ดตัว หรือข้าวของเครื่องใช้อื่น ๆ

  5. หลีกเลี่ยงการเข้าไปในพื้นที่แออัดในช่วงระบาด ได้แก่ สถานบันเทิง ร้านอาหาร รถไฟฟ้า และห้างสรรพสินค้า เป็นต้น

“ฉีดวัคซีน” ป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ดีที่สุด

ถึงแม้ว่าคุณจะดูแลสุขภาพตัวเองเป็นอย่างดี พยายามหลีกเลี่ยงความเสี่ยงทุกวิถีทาง แต่วิธีป้องกันไข้หวัดใหญ่ที่ดีที่สุด คือ การฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปี เพราะในแต่ละปีไวรัสไข้หวัดใหญ่จะมีการเปลี่ยนแปลงสายพันธุ์อยู่เสมอ เนื่องจากไวรัสดังกล่าวสามารถวิวัฒนาการเปลี่ยนสายพันธุ์ได้ตลอด ดังนั้น จึงจำเป็นต้องมีการพัฒนาวัคซีนทุกปีเพื่อให้สอดคล้องกับสายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ในแต่ละปี โดยวัคซีนจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสที่กำลังระบาดในช่วงนั้นเป็นเวลาประมาณ 1 ปี นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเราควรฉีดวัคซีนซ้ำในทุกปี


ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ช่วงไหนดีที่สุด?

วัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถฉีดได้ตลอดทั้งปี ไม่จำเป็นต้องรอให้ถึงช่วงไข้หวัดใหญ่ระบาด แต่สำหรับท่านใดที่ต้องการฉีดในช่วงที่ไข้หวัดใหญ่เริ่มระบาด สามารถไปรับการฉีดวัคซีนได้ในช่วงเดือนตุลาคม-ธันวาคม


ฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ที่ DA Clinic

ที่ DA Clinic เรามีบริการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ครอบคลุมถึง 4 สายพันธุ์ ได้แก่ สายพันธุ์ A ชนิด H1N1 และ H3N2, สายพันธุ์ B ตระกูล Victoria และ Yamagata ที่จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ และภาวะแทรกซ้อนที่เกี่ยวข้อง สำหรับผู้ที่สนใจรับบริการจาก DA Clinic สามารถติดตามโปรโมชันเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพรวมถึงการฉีดวัคซีนได้ที่นี่


ที่มา:

cdc.gov/flu/symptoms/coldflu.htm

https://www.thonburihospital.com/Flu_Advertorial.html

www.vichaiyut.com/th/health/ไข้หวัดใหญ่-อันตรายถึง/

ความคิดเห็น


LINE_APP_Android
bottom of page